ฝ้า
ฝ้า (Melasma) คือ ผิวหนังที่มีสีน้ำตาลอ่อน หรือ น้ำตาลเข้ม บนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกแสงแดด ได้แก่ โหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปาก ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสีซึ่งทาหน้าที่ผลิตเม็ดสี (melanin) และส่งเม็ดสีขึ้นมาบนผิวหนังด้านบนเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ความเข้มของสีผิวไม่สม่ำเสมอ
ฝ้า แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ฝ้าชนิดลึกอยู่ในชั้นหนังแท้และฝ้าชนิดตื้นซึ่งอยู่ในชั้นหนังกำพร้า โดยฝ้าที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้าจะมีความเข้มของสีผิวมากกว่า (สีน้ำตาล) ซึ่งพบใน ผู้หญิง มากกว่าผู้ชาย และพบมากในวัยกลางคนในช่วงอายุประมาณ 30 – 40 ปี
ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้าได้แก่
พันธุกรรมและเชื้อชาติ การสัมผัสกับแสงแดด การใช้ฮอร์โมน เครื่องสำอางและยาบางชนิด การขาดสารอาหาร เป็นต้น กระบวนการสร้างเม็ดสีนั้นมีหลายขั้นตอน ทั้งนี้ขั้นตอนหลัก ๆ นั้นต้องอาศัยการทางานของเอนไซม์ tyrosinase ในการเปลี่ยนสารต้นแบบ L-tyrosine ไปเป็น Dihydroxyphenylalanine (DOPA) และพัฒนาเป็นเม็ดสี melanin (เม็ดสีดำหรือน้ำตาล)
Tranexamic acid มีข้อมูลในปี 1998 กล่าวถึง การใช้ tranexamic acid ในการป้องกันการเหนี่ยวนำให้เกิดเกิดกระบวนการสร้างเม็ดสี จากการได้รับรังสียูวีในสัตว์ทดลองนั้น พบว่า tranexamic acid ซึ่งมีฤทธิ์เป็น plasmin inhibitor จะไปยับยั้งการหลั่งของ arachidonic acid และการสร้าง prostaglandins จึงทำให้การทำงานของเอนไซม์ tyrosinase ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างเม็ดสีลดลง เป็นผลให้การสร้างเม็ดสีลดลง สิ่งที่ดีที่สุดสาหรับการป้องกันการเกิดฝ้าคือ การพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้สารกันแดดเป็นประจำ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น